23 มกราคม 2562 ยึดเล็บหมีกว่าพัน คาดถูกฆ่าถึง 83 ตัว เตรียมส่งขายเวียดนาม

ที่มา: http://news.thaipbs.or.th/content/277178

เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดง แถลงข่าวจับกุมลักลอบค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับชุดเหยี่ยวดง จับกุมนายกะต่าย สีสุวัน สัญชาติลาว พร้อมซากเล็บหมี จำนวน 1,666 เล็บ คาดว่ามาจากหมีที่ถูกฆ่าไม่น้อยกว่า 83 ตัว และซากชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ป่าจำนวน 4 ชิ้น คาดว่าเป็นกะโหลกและกรามของเสือโคร่ง ทั้งนี้เป็นการขยายผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้างาช้างแปรรูปรายใหญ่ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.61 ที่ด่านศุลกากรนครพนม ได้ผู้ต้องหาชายชาวเวียดนาม 1 คน พร้อมงาช้างแปรรูปมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จนจับผู้ต้องหารายนี้ได้ บนรถโดยสารประจำทาง สายกรุงเทพฯ-ปากเซ บริเวณตู้บริการตำรวจวังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้รับกระเป๋าบรรจุซากสัตว์มาจากคนขับแท็กซี่ ที่รับมาจากชายชาวเวียดนาม ชื่อ มิ้น ให้ไปส่งกับชายชาวลาว ที่จะมารอรับที่ปากเซ นอกจากนี้ขยายผลเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ จนจับกุมนายวราพงศ์ พันธ์แจ่ม และนายเหงียน วัน เฮิบ สัญชาติเวียดนาม ที่ทำหน้าที่จัดเก็บ และบรรจุส่งซากสัตว์ป่า ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านนายธรรมนูญ คงดี นายทุนที่รวบรวมซากสัตว์ป่า เพื่อส่งขาย พบซากเต่ากระ 2 ซาก เต่าตนุ 1 ซาก จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับนายธรรมนูญ เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายการลักลอบค้างาช้างที่จังหวัดนครพนม และเล็บหมี กระทั่งจับกุมนายธรรมนูญได้วันนี้ ที่จังหวัดนครปฐม นำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ดำเนินคดีต่อไป รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า ชุดเหยี่ยวดง เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกที่ตรวจยึดซากเล็บหมี ได้มากกว่า 1,600 ชิ้น ยอมรับว่าตกใจมาก เพราะหากคำนวณน่าจะมีหมีกว่า 80 ตัวที่ถูกฆ่าตาย ที่ผ่านมาเหยี่ยวดง เคยพบแค่ 1-2 เล็บ เพื่อนำไปใช้ทำเครื่องรางของขลัง แต่ไม่เคยพบการรวบรวมของนายทุนมากเท่านี้ นายทุนคนไทยรวบรวมซากเล็บหมี เพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และที่มาของหมีที่ถูกล่าและฆ่าตาย ยังเชื่อว่าไม่น่าจะถูกมาจากป่าธรรมชาติของไทย ที่อยู่ในป่าอนุรักษ์ แต่อาจจะมีมากในประเทศเพื่อนบ้านทั้งแถบแม่น้ำโขง และบางส่วนทางภาคใต้ และน่าจะเป็นการรวบรวม ไม่ใช่การฆ่าหมีในคราวเดียวกัน ขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติที่จับกุมได้นี้ เป็นขบวนการที่มีเครือข่ายกว้างขวาง มีการติดต่อค้าขายและสั่งการกันทางออนไลน์ มีเครือข่ายเชื่อมโยงหลายจังหวัดในประเทศไทย และเชื่อมโยงกับหลายประเทศ ทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งชุดเหยี่ยวดงจะร่วมกับสำนักปราบปรามและควบคุมไฟป่า และตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษทุกราย และให้นำกฎหมายฟอกเงินมาบังคับใช้ เพื่อทลายเครือข่ายโดยเฉพาะนายทุน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประเทศภาคีสมาชิกทั่วโลก ที่จะมีการพิจารณาปลดประเทศไทยออกจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการค้างาช้างผิดกฎหมาย ในการประชุมใหญ่ประเทศภาคีสมาชิกไซเตส (Cop18) ในเดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้ที่ประเทศเนปาล